A2019-11-003โปรแกรมทัวร์สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล และเที่ยวชัยปุระ ทัชมาฮาล เดลี 3-12 พฤศจิกายน 2562(9วัน8คืน) บินลงคยา พักโรงแรมพร้อมบินภายในสู่ชัยปุระ เริ่ม 43,500 บาท รวมวีซ่าแล้ว

ฟาฟา ทราเวล ขอเรียนเชิญ ร่วมจาริกและแสวงบุญ และเที่ยวชมเมืองชัยปุระ และทัชมาฮาลเมืองอัครา

เส้นทางใหม่ บินลงคยา บินภายในสู่ชัยปุระ

เส้นทางสุดพิเศษ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล เริ่มต้นจากพุทธคยา ด้วยเที่ยวบินภายในจากโกลกาต้าสู่พุทธคยา บินสบายๆ ในราคามิตรภาพ โดยสายการบิน อินดิโก้ พาทุกท่านแสวงบุญ สถานที่ตรัสรู้ ได้ทันที ณ พุทธคยา จากนั้นเดินทางสู่เส้นทางแห่งศรัทธา กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ลุมพินี สถานที่ประสูติ และ สารนาถเมืองพาราณสี สถานที่ปฐมเทศนา ด้วยทีมงานหัวหน้าทัวร์จากไทย ที่ชำนาญเส้นทาง ไกด์อินเดีย และ พระวิทยากรบรรยายธรรมตลอดเส้นทางแสวงบุญ พักโรงแรมชั้นดี อาหารเสริมจากไทย และบินต่อไปเมืองชัยปุระ ทัชมาฮาล และเดลี สุดคุ้ม จัดเพียงรอบเดียวเท่านั้น 3-12พย 2562 จองวันนี้ราคาประหยัดเพียง 43,500 บาท จากราคาปกติ 47,500 บาท รวมวีซ่าแล้ว

สนใจโปรแกรมทัวร์ add LINE มาที่ https://line.me/ti/p/~fafatravel

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ จองวันนี้ พิเศษ ฟรี แฟลชไดร์ฟ บันทึกภาพเมื่อจบทริปสำหรับทุกท่าน เพื่อเป็นที่ระลึกในการเดินทาง *ปกติท่านละ 500 บาทพร้อมจัดส่ง จองวันนี้ก่อน 30 มิถุนายน 2562

 “อานนท์ ชนทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่งได้เที่ยวไปยังเจดีย์สังเวชนียสถานเหล่านี้ด้วยความเลื่อมใส ชนเหล่านั้น ครั้นทำกาลกิริยาลงจักเข้าถึงสุดคติโลกสวรรค์ “

สังเวชนียสถาน สถานเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช เมื่อมาจาริก ยังสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ควรเพียรตั้งจิต ระลึกถึงคุณงามความดี ไม่ก่อให้เกิดความประมาท หมั่นเพียรสร้างกุศล

จากใจฟาฟา ทราเวล อยากให้ทุกท่านได้บุญ และมีความสุขในการจาริกมายัง สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล

แผนการเดินทาง

โปรแกรมการเดินทางประจำวัน โปรแกรมทัวร์และที่พักอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

วันที่หนึ่ง เตรียมกายเตรียมใจ พร้อมเดินทางสู่สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล

วันที่ 3 พย 2562  นัดหมายพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 23.00 น.

เวลานัดหมาย 23.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เชิญที่ประตู 5  แถว L สายการบิน  IndiGo  Airline เพื่อตรวจเอกสารการเดินทางและสัมภาระ เจ้าหน้าที่จากฟาฟา ทราเวล รอทุกท่านเพื่อเตรียมสัมภาระ โหลดขึ้นเครื่อง นำ้หนักสัมภาระ ตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสายการบิน  นำ้หนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม  ถือขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม

เช้า 02.00 น. เดินทางสู่อินเดีย ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม. ถึงอินเดียประมาณเวลา 03.20 น. 

ถึง สนามบิน เมืองโกลกาต้า ตามเวลาท้องถิ่น เวลาจะช้ากว่าไทย 1ชั่วโมง30นาที ปรับเวลาให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น จากนั้นนำพาทุกท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ** ทางทัวร์เตรียมอาหารกล่อง เพื่อให้ทุกท่านรับประทานช่วงเช้าที่สนามบินโกลกาต้า

ออกเดินทางสู่เมืองพุทธคยา เที่ยวบิน Indigo 6E 7713 เวลา 07:00 -08.35 

ถึงเมืองพุทธคยา ช่วงเช้าพาทุกท่านเข้ามหาโพธิเจดีย์ จากนั้นรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายพาทุกท่านเยี่ยมชมวัดนานาชาติ ทำบุญวัดไทยพุทธคยา สวดมนต์ทำวัดเย็นใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 

 

วันที่สอง เต็มอิ่มพุทธคยา

ร่วมทำวัตรเช้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ณ บริเวณโดยรอบต้นศรีมหาโพธิ์ ร่วมกันตักบาตรข้าวพระพุทธเพื่อน้อมนำไปตักบาตรแรก ถวายแต่องค์หลวงพ่อพระพุทธเมตตา หลังจากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้น นำพาทุกท่านสู่ ดงคสิริ สถานที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกขกริกยา เดินทางสู่เมืองเขาดงคสิรินำพาทุกท่านสู่ ดงคสิริ สถานที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกขรกริยา นาน ถึง 6 ปีบนเขาจะมีถ้ำให้ทุกท่านสามารถเข้าไปสักการะ รูปพระโพธิสัตว์สิทธัตถะปางบำเพ็ญทุกขรกริยา และมีวัดธิเบตให้ทุกท่านได้แวะทำบุญอีกด้วย ปิดท้ายก่อนลงเขาด้วยการชิมชามะตูมอันชื่นใจ
นำเยี่ยมชมบ้านนางสุชาดา มหาอุบาสิกาผู้ถวายภัตตาหารมือสำคัญก่อนการตรัสรู้ ซึ่งก็คือ ข้าวมธุปายาส พร้อมสักการะเพื่อระลึกถึงคุณความดีของพระนาง ณ สุชาดาเจดีย์ (Sujata Kuti) พร้อมเยี่ยมชมต้นไม้ในครั้งพุทธกาลที่พระนางถวายข้าวมธุปายาส นั่นก็คือ ต้นอัชฌปาลนิโครธ และยังเป็น 1 ใน 7 สัตตมหาสถานอีกด้วย หลังจากสักการะบ้านแม่นางสุชาดาแล้ว นำพาทุกท่าเยี่ยมชม จุดที่พระพุทธองค์อธิษฐานลอยถาดทองคำ ณ ท่าน้ำชื่อสุปติฏฐะ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นองค์เจดีย์พุทธคยา ยอดสีทองเหลืองอร่ามงดงาม
นำพาทุกท่านชมและสักการะรอบองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา เพื่อชมสัตตมหาสถาน ทั้ง ๗ ที่พระพุทธองค์เสวยวิมุจติสุขตลอดทั้ง ๗ สัปดาห์ พระแท่นวัชรอาสน์ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ /อนิมิสเจดีย์ /รัตนจงกรมเจดีย์/รัตนฆรเจดีย์/ต้นอัชฌปาลนิโครธ/สระมุจลินทร์/ต้นราชยตนะ จากนั้นร่วมกันทำวัตรเย็น บริเวณโดยรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ร่วมกันน้อมถวาย ผ้าห่มพระพุทธเมตตาประดับคริสตัล น้อมถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา จากนั้นท่านสามารถเดินชอปปิ้งซื้อของได้เลย หรือต้องการเข้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ก่อนทำการปิดในเวลา 21.00 น. ก็สามารถทำได้เช่นกัน รายละเอียดปรึกษาหัวหน้าทัวร์ท่านอีกครั้ง ** วันรุ่งขึ้นเดินทางไกล  ** ทางฟาฟา ทราเวล มีบริการถ่ายรูป ณ มหาโพธิเจดีย์พุทธคยา ให้แก่ทุกท่านโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากภายในมหาโพธิเจดีย์ไม่สามารถนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปได้

วันที่สาม เดินทางสู่เมืองกุสินารา ระหว่างทางแวะนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ เมืองไวสาลี ดังนี้ เมืองไวสาลี กราบนมัสการ ปาวาฬเจเดีย์ สถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร

วันที่สี่ปลงสังเวช ณ กุสินารา สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน แล้วเดินทางสู่เมืองลุมพินีในช่วงบ่าย

พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงเตือนสติ ไม่ให้ประมาท ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า มีพุทธโอวาทความว่า “เราขอเตือนท่านทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม ความสิ้นไปเป็นธรรมดาท่านทั้งหลายจงบำเพ็ญไตรสิขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญาให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

เมืองกุสินารา หนึ่งในสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน การดับรอบความปราศจากกิเลสที่ร้อยรัดคือการดับสนิท ดับด้วยไม่เหลือแห่งกิเลสและกองทุกข์ ที่ใต้ต้นสาละคู่ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงเตือนสติ ไม่ให้ประมาท ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า มีพุทธโอวาทความว่า“เราขอเตือนท่านทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม ความสิ้นไปเป็นธรรมดาท่านทั้งหลายจงบำเพ็ญไตรสิขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญาให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด กิจกรรมช่วงเช้า “ร่วมแห่ผ้าหุ่มคลุมพระพุทธรูปปางปรินิพพาน” ถวาย พระพุทธรูปปางปรินิพพาน  ณ มหาปรินิพพานวิหาร บริเวณ สาลวโนทยาน จากนั้น ร่วมปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา ณ มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ 

วันที่ห้า ลุมพินี สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ

ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลเพียงแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย ลุมพินีวัน เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ในสมัยพุทธกาลลุมพินีวันตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ในแคว้นสักกะ บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้ 

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
ร่วมทำวัตรเช้าและเข้าสักการะ สวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ณ บริเวณสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ พร้อมเยี่ยมชมเสาหินอโศกภายในมีรูปพระพุทธมารดา ยืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลเพียงแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย ลุมพินีวัน เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ในสมัยพุทธกาลลุมพินีวันตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ในแคว้นสักกะ บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้ ** ทางฟาฟา ทราเวล มีบริการถ่ายรูปพิเศษให้กับทุกท่านไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อเป็นที่ระลึกในการเดินทางมาแสวงบุญกับทางฟาฟา ทราเวล
หลังจากนั้นเดินทางสู่เมืองพาราณสี ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 
กลางวันรับประทานอาหารแบบกล่อง ณ วัดไทย 960 พร้อมอาหารเสริมจากทางวัดและร่วมทำบุญทอดผ้าป่า วัดไทย 960 จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองพาราณสี เมื่อถึงโรงแรมที่พัก รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 

วันที่หก สารนาถ สถานที่แสดง ‘ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร’ 

พระพุทธเจ้าได้แสดงปฐมเทศนา ‘ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร’ แก่ปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี ท่านโกณฑัญญะ ฟังพระธรรมเทศนาเกิดดวงตาเห็นธรรม (ธรรมจักษุ) บรรลุโสดาปัตติมรรคเป็นพระโสดาบัน และทูลขอบวชเป็นภิกษุในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เกิดเป็นปฐมสาวกหรือพระสาวกองค์แรกของพระพุทธเจ้า และพระพุทธศาสนา จึงเกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อย่างบริบูรณ์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือ “วันอาสาฬหบูชา” สถานที่ที่ทรงแสดงธรรมเพื่อประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในโลกนั้น เกิดเป็นพุทธานุสรณ์สถานระลึกถึง คือ ‘ธัมเมกขสถูป’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสังเวชนียสถาน ๔ แห่งที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน ช่องใหญ่รอบองค์พระสถูปนั้นมี ๘ ช่อง ซึ่งมีความหมายถึง มรรคมีองค์ ๘ ประการ ธัมเมกขสถูป มาจากคำว่า ‘ธัมเมกขะ’ หมายถึง เห็นธรรม ส่วน ‘สถูป’ หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่บรรจุของควรบูชา เป็นอนุสรณ์เตือนใจให้เกิดกุศลธรรม ดังนั้น ธัมเมกขสถูป สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เห็นธรรมในวันอาฬาหบูชา คือ พระโกณฑัญญะ

พาราณสี เป็นชื่อของเมืองหลวงแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก

เช้า แม่น้ำคงคายามเช้าตรู่
ล่องเรือยามเช้า ณ แม่น้ำคงคา พระอาทิตย์เริ่มฉายแสงร้อนแรงขึ้น ละครชีวิตของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำคงคาเริ่มโลดแล่น กองไฟที่ใช้สำหรับเผาร่างไร้วิญญาณที่ท่ามณีกรรณิกาฆาตลุกโชน มีคนเพียง 5 ประเภทเท่านั้นที่จะไม่ถูกเผา แต่จะถูกผูกกับหินถ่วงทิ้งน้ำ ได้แก่ เด็กแรกเกิด สาวพรหมจรรย์ นักบวช คนถูกงูกัด และคนถูกฟ้าผ่า โดยชาวฮินดูเชื่อว่าคน  เหล่านี้ได้ถูกชำระล้างบาปแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเพื่อเผาไหม้ร่างอีก และชาวฮินดู บูชาสุริยเทพหรือพระอาทิตย์ ที่ชาวฮินดูเชื่อว่า จะสามารถทำลายอำนาจความชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจได้ การไหว้พระอาทิตย์จะทำให้บุคคลนั้นเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและประสบความสำเร็จในชีวิต ชาวฮินดูจึงนิยมมาอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ในช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น และขอพรต่อสุริยเทพในทันทีที่แสงแรกของดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น
หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่โรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางสู่ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน หรือเมืองสารนาถ ห่างจากตัวเมืองพาราณสีประมาณ 10 กิโลเมตรร่วมสวดมนต์ทำวัตรเช้า และ สวดบท ‘ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร’ ณ บริเวณ ‘ธัมเมกขสถูป’ และสถานที่โดยรอบ 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมที่พัก
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว เดินทางสู่สนามบินเมืองพาราณสี เพื่อบินสู่เมืองชัยปุระ ซึ่งหลังจากนี้อีก 3 วันทางฟาฟา ทราเวล จะนำพาทุกท่านชมสถาปัตยกรรม อันสวยงามของอินเดีย โดยเที่ยวบินตรงจากพาราณสี – ชัยปุระ ใช้ระยะเวลาบิน 1.30 ชั่วโมง ถึงเมืองชัยปุระ เมื่อถึงโรงแรมที่พัก รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 

พร้อมเส้นทางบินภายในประเทศ จากเมืองพาราณสี สู่เมืองชัยปุระ

วันที่เจ็ด สามเหลี่ยมอารยะธรรม เมืองชัยปุระ

ช่วงเช้า พาทุกท่านถ่ายรูป ณ  Hawa Mahal (Palaces of the Wind) ฮาวา มาฮาล  (HAWA MAHAL)  พระราชวังแห่งสายลม เป็นพระราชวัง ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ จากนั้นพาทุกท่านเข้าชม Amer Fort หรือ ป้อมแอมเบอร์ ตั้งอยู่ที่เมืองอาเมร์ ชานเมืองชัยปุระ ห่างจากเมืองชัยปุระ 11 กิโลเมตร ตั้งโดดเด่นอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบ สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกล เนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจน ความสวยงามของป้อมแอมเบอร์ ซ่อนอยู่ภายในกำแพงเมืองที่แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ชั้น (แต่ละชั้นคั่นด้วยทางเดินกว้าง) โดยภายในเป็นหมู่พระที่นั่งซึ่งสร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน หมู่พระที่นั่งภายในป้อม ประกอบด้วย “ดิวัน-อิ-อัม” หรือท้องพระโรง, “ดิวัน-อิ-กัส” หรือท้องพระโรงส่วนพระองค์, “ชีชมาฮาล” (พระตำหนักซึ่งเป็นห้องทรงประดับกระจกสำหรับมหาราชา) และ “จัย มานดีร์” ซึ่งเป็นตำหนักอยู่บนชั้นสอง, “อารัม บักห์” ซึ่งเป็นสวนสวยจัดเป็นรูปดาวแฉกแบบโมกุลคั่นกลางระหว่างอาคาร และ “สุกห์นิวาส” ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ใช้การปรับอากาศภายในพระตำหนักให้เย็นลงด้วยการทำให้ลมเป่าผ่านรางน้ำตกที่มีอยู่โดยรอบภายในพระตำหนัก ทำให้ภายในตำหนักนี้มีอากาศเย็นอยู่เสมอ ป้อมนี้เคยเป็นที่ประทับของราชปุต มหาราชา และพระราชวงศ์ของอาเมร์ในอดีต ( พิเศษ.. รวมค่าพาหนะขึ้นไปชมพระราชวัง)

จากนั้นเช้าชม City Palace เดิมเป็นพระราชวังของมหาราชใจสิงห์ (Jai Singh) พระราชวัง ถูกสร้างขยายออกในสมัยหลัง ปัจจุบัน ได้รวบเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum ประกอบด้วย 4 ส่วนที่น่าสนใจคือ ส่วนแรกคือส่วนของพระราชวังส่วนที่สองเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงฉลองพระองค์ของกษัตริย์ และมเหสี ซึ่งมีการตัดเย็บอย่างวิจิตร ส่วนที่สามเป็นส่วนของอาวุธ และชุดศึกสงคราม ที่จัดแสดงไว้อย่างน่าทึ่งมากมายหลายหลาก บางชิ้น ก็เป็นอาวุธได้อย่างน่าพิศวง และส่วนที่สี่ คือส่วนของศิลปะภาพวาด รูปถ่าย และราชรถ พรมโบราณ ซึ่งได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตรงกลางอาคารมีหม้อน้ำขนาดมหึมา 2 ใบ ทำจากโลหะเงิน สูง 1.50 เมตร มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อกันว่าเป็นหม้อน้ำที่กษัตริย์ Madho Singh ได้รับมาจากงานราชาภิเษกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งบรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์

กลางวันรับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

ช่วงบ่ายเดินทางสู่เมืองอัครา ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง เมื่อถึงโรงแรมที่พัก รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย  ** เมื่อถึงเมืองอัครา สามารถเลือกซื้อสินค้า และเสื้อผ้าอินเดีย ณ ร้านค้า ได้ตามอัธยาศัย

วันที่แปด เมืองอัครา ทัชมาฮาล

อนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล เต็มอิ่มกับการถ่ายรูป พร้อมพาทุกท่านชมอัคราฟอร์ท มนต์เสน่ห์ของทัชมาฮาล อนุสรณ์ความรักของของจักรพรรดิชาห์ ชหาน ที่มีต่อ อรชุมันท์ พานุ เพคุม หรือพระนางมุมตัซ มาฮาล “อัญมณีแห่งราชวัง” ผู้คอยเฝ้าติดตามจักรพรรดิชาห์ ชหาน แม้นแต่ในสนามรบพระนางก็ยืนเคียงข้างพระสวามี อีกทั้งการว่าราชการแผ่นดิน และแล้ววันหนึ่งพระมเหสีมุมตัช ก็ได้สิ้นพระชนม์ลง หลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ ๑๔ จักรพรรดิ์ซาห์ ชหานทรงโศกเศร้าเสียใจคิดถึงนางอันเป็นที่รักอยู่ถึงสองทศวรรษ พระองค์จึงได้จัดสร้างสุสานหินอ่อน อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระมเหสีอย่างมั่นคงตราบลมหายใจสุดท้ายที่ท่านยังมองมาที่ทัชมาฮาล เพื่อมองพระมเหสีมุมตัช ทัชมาฮาลเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ๑ ใน ๗ ของโลกที่ครั้งหนึ่งท่านควรไปสัมผัสมนตราแห่งความรัก ที่สุดแห่งการแกะสลักหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมรา จากนั้นเดินทางสู่พระราชวังอัคราฟอร์ต เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง โดยพระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. ๑๕๖๕ ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักและมีทองคำทาตามผนัง เป็นจิตรกรรมที่สวยงามมาก แต่เมื่ออินเดียตกเป็นเมืองขึ้นทองคำก็โดนแกะออกจากผนังเป็นเครืองบรรณาการ 

วันที่เก้า เดินทางกลับไทย

2,265 total views, 15 views today